วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่น แรกปี 35


หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่น แรกปี 35
เมื่อปี พ.ศ. 2535 นอกจากที่ท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโลจะได้สร้างวัตถุมงคลเนื้อผงพิมพ์ขุนช้าง ดังที่ไก้กล่าวมาในครั้งก่อนแล้ว ท่านครูบาจันต๊ะ ยังได้ให้มีการสร้างวัตถุมงคลอีกชุดหนึ่งซึ่งสร้างพร้อมกับขุนช้างรุ่นแรก แต่พอทำการปลุกเสกเสร็จแล้ว ได้นำไปถวายให้วัดพระธาตุดอยขะม้อจังหวัดลำพูนนั้น ได้แก่ พระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระผงพิมพ์พระรอด หรือที่บรรดาลูกศิษย์เรียกทั่วไปในสนามพระว่า “หลวงปู่ทวดครูบาจันต๊ะรุ่นแรก” หรือ “หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่นแรก” ครับ หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่นแรกนั้น สร้างปี 2535 ถวายโดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง แบ่งเป็นทั้งหมด 3 พิมพ์ได้แก่

1) พิมพ์ใหญ่สร้าง 1384 องค์ แบ่งเป็นแบบธรรมดา 731 องค์ และแบบทาทอง 653 องค์
2) พิมพ์กลางสร้าง 2552 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 1626 องค์ และทาทอง 726 องค์
3) พิมพ์เล็กสร้าง 1296 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 880 องค์ และทาทอง 416 องค์
นอกจากการสร้างพระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดแล้ว ท่านยังได้มีการสร้างวัตถุมงคล เป็นพิมพ์พระรอดอีกหนึ่งพิมพ์ ซึ่งใช้เนื้อมวลสารในการทำเป็นชนิดเดียวกันกับหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อ และพระผงพิมพ์ขุนช้าง แต่สร้างน้อยสุดและหายากพอสมควร คือการสร้างทั้งหมด 944 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 572 องค์ และทาทอง 372 องค์ เท่านั้น
นอกจากการสร้างพระพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระรอดแล้ว ทีนี้เราลองมาดูมวลสารที่ใช้สร้างวัตถุมงคลชุดนี้ดูบ้างว่ามีอะไรที่สุดยอดใส่ลงไปบ้าง เริ่มต้นจากเนื้อเกสรดอกไม้แห้งบูชาของวัดต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ฯลฯ และยังมีผงตะใบหลวงปู่ทวด เนื้อทองเหลือง ผงตะใบตระกรุดครูบาจันต๊ะ อนาวิโล ผงสมเด็จหลังสิวลีหลวงพ่อกวย ชัยนาท พระผงขุนช้างรุ่นแรก ครูบาจันต๊ะที่ชำรุด ผงใบสาน ผงขี้ธูป ผงยันต์เผา หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ กรุงเทพฯ ดินพันปีวัดประตูลี่ลำพูน น้ำทิพย์วัดดอยขะม้อ กาฝากมงคลต่าง ๆ ว่าน 180 ปูนขาว เปลือกหอยเผา น้ำมันตั้งอิ๋ว พระผงต่าง ๆ ที่ชำรุด ลูกขนุนตายพราย ฯลฯ
สำหรับพุทธคุณของพระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระรอดนั้น ยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน ว่า เหนียวจริง ๆ ครับ เดินทางปลอดภัยค้าขายเป็นเลิศ จากคำบอกเล่าประสบการณ์จากชาวบ้านที่ได้แขวนพระพิมพ์หลวงปู่ทวดท่านหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อประมาณปี 2540 ที่มีข่าวดังครึกโครม เกี่ยวกับโรงงานลำไยระเบิดที่ อ.สันป่าตอง ท่านผู้นี้ได้แขวนหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อในตอนนั้น ปรากฏว่าได้มีเหตุดลใจอะไรบ้างอย่างที่พยายามทำให้ท่านผู้นี้ออกจากโรงงาน ก่อนจะเกิดเหตุ ปรากฏว่าพอออกจากโรงงานลำไยได้ชั่วโมงกว่า ๆ ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นเหมือนกับว่าท่านครูบาจะดลใจให้รอดพ้นอันตรายจริง ๆ ครับ สนนราคาในการเช่าหาหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อนั้น อยู่ที่หลักพันต้น ๆ เท่านั้น เพราะว่ามีคนรู้จักน้อย และขอบอกว่าพุทธเกินหลักหมื่นแน่นอนครับ
ต้น ไม้มงคล

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก











พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก
จากความเดิมตอนที่แล้วหลังจากได้กล่าวถึงวัตถุมงคลของท่านครูบาจันต๊ะ อนวิโลในพิมพ์พระปิดตาไปสองพิมพ์แล้วนั้น สำหรับในตอนนี้จะกล่าวถึง พระผงพิมพ์พระปิดตา อีก 2 พิมพ์ ที่ยังเหลืออยู่นั้นคือ
3. พระปิดตาพิมพ์กลาง เป็นพระเนื้อผงหลังเรียบกดพิมพ์ด้วยมือ ขนาดสูงประมาณ 3 เซนติเมตร กว้าง 2.6 เซนติเมตร แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือแบบชนิดที่มีการตัดขอบ และแบบชนิดที่ไม่มีการตัดขอบ ซึ่งมีลักษณะองค์พระนั้นจะคล้ายกันแต่จะมีลักษณะปีกขอพระกว้างและแคบเท่านั้นเอง สำหรับพระปิดตาพิมพ์กลางนั้นมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่และจัมโบ้อย่างเห็นได้ชัดด้านหลังพระเรียบไม่มีการลงอักขระและปั๊มตราใด ๆ ทั้งนั้น เนื้อพระบางองค์จะมีการเคลือบแล็คเกอร์เพราะว่าป้องกันการผุกร่อนของเนื้อพระ แต่ไม่มีการทาทองบรอนซ์แต่อย่างใด ซึ่งมีจำนวนการสร้างดังนี้
1) พิมพ์กลางสีเหลือง และขาวสร้าง 1,267 องค์
2) พิมพ์กลางสีดำสร้าง 21 องค์
3) พิมพ์กลางผังเม็ดพระธาตุสร้าง 9 องค์
ซึ่งในการสร้างพระปิดตาพิมพ์กลางนี้ ไม่มีการสร้างพระแบบทาทองครับ
4. พระปิดตาพิมพ์เล็ก (จิ๋ว) เป็นพระปิดตารูปสามเหลี่ยม สูงประมาณ 1.5 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตร เท่านั้น พระปิดตาพิมพ์เล็กนั้นก็แบ่งได้ออกเป็น 2 พิมพ์ คือพิมพ์ปิดตาสามเหลี่ยมและปิดตาปุ้มปุ๊ยครับ ด้านหลังเรียบไม่มีการลงอักขระ หรือปั๊มตรายางใด ๆ จำนวนการสร้างก็มีดังนี้ส่วน
1) พิมพ์เล็กสีเหลืองและขาวสร้าง 1,700 องค์
2) พิมพ์เล็กสีดำสร้าง 39 องค์
3) พิมพ์เล็กผังเม็ดพระธาตุสร้าง 45 องค์
รวมทั้งหมดสร้าง 1,784 องค์ โดยถวายให้วัดหนองช้างคืนจำนวน 1,055 องค์ ที่เหลือ 729 องค์
นำไปถวายให้วัดแถบภาคกลางครับ
ปัจจุบันการหาชมพระปิดตาของครูบาจันต๊ะนั้นต้องบอกว่า หาชมได้อยากขึ้นทุกวันแล้วเหตุผลก็เพราะว่าในการสร้างถวายนั้น ได้มีการสร้างจำนวนน้อย ประกอบกับพระผงของครูบาจันต๊ะยุคต้นนั้น ไม่ได้มีการผสมปูนขาวเพื่อยึดเกาะมวลสารเลย ฉะนั้นพระผงยุคแรกนั้นจึงไม่ทนต่อความชื้น ทำให้พระเสียหายครับ จึงเป็นสาเหตุของการนำพระยุคต้นไปทาแล็กเกอร์ครับ ซึ่งพระปิดตาพิมพ์เล็กนั้นถือได้ว่าเป็นพระปิดตาที่หาได้อยากที่สุดเลยครับ บางท่านอาจคิดว่าจำนวนการสร้างนั้นมากกว่า พระปิดตาพิมพ์กลาง และทำไมจึงเป็นที่หายากว่า สาเหตุก็เพราะว่า พระปิดตาพิมพ์เล็กนี้เป็นพระที่มีขนาดเล็กมาก และนิยมนำไปให้เด็กไว้แขวนติดตัว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการเก็บรักษาอย่างดีทำให้ตกหายบ้างหรือโดนน้ำแล้วเกิดการผุพังบ้าง และพระพิมพ์เล็กนี้เมื่อกดพิมพ์แล้วปรากฏว่าไม่ค่อยสวย บางองค์เนื้อไม่ติดเต็มองค์พระก็มี สาเหตุก็เพราะว่า เนื้อพระที่นำมากดนั้นมีความหยาบและพิมพ์ที่ใช้กดนั้น เล็กมากจึงเป็นเหตุให้ไม่เกิดการสมดุลในการกดพิมพ์ครับ ซึ่งพระที่ไม่สวยหรือกดไม่เต็มนั้น ได้ทำการคัดแยกแล้วเก็บไว้ โดยท่านครูบาได้นำพระชุดนี้ไปบด แล้วใช้ผสมกับมวลสารในการสร้างพระขุนแผนรุ่นแรกนั้นเองครับส่วนราคาในการเช่าหาก็อยู่หลักพันต้น ๆ ครับ แต่ถ้าองค์ที่มีคุณสมบัติพิเศษขึ้น เช่น ฝังเม็ดพระธาตุหรือฉนวนหล่อพระธาตุ ราคาก็จะขยับตัวขึ้นไปครับ สำหรับลูกศิษย์ทั้งหลายที่หาพระพิมพ์หลัก ๆ ไม่ได้ก็ขอแนะนำให้ลองหั้นมาเก็บพระพิมพ์ลอง ๆ กันดีกว่า ราคาเบากว่าแต่พระพุทธคุณเยี่ยมพอกันครับ
พุทธคุณของพระปิดตาศิริคูณไชย์นั้น เด่น ไปเมตตามหานิยมและการค้าการขายครับ สนนราคาในการเช่าหานั้น พิมพ์ทาทองอยู่ที่ประมาณพันต้น ๆ ครับ ส่วนพิมพ์ธรรมดาอยู่ที่ประมาณหลักร้อยปลาย ๆ ถึงหลักพันต้น ๆ ครับ ของดีราคาเบาอย่างนี้มีไว้ติดตัว สบายใจ หายห่วงครับท่าน
ต้น ไม้มงคล

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์จัมโบ้ทาทองและพิมพ์ใหญ่




พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์จัมโบ้ทาทองและพิมพ์ใหญ่
ครูบาจันต๊ะ อนวิโล แห่งวัดหนองช้างคั้น จ.ลำพูนถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์ผู่ที่ปฏิบัติธนรรมอย่างเคร่งครัด เป็นที่เคารพศรัทธา แก่บรรดาญาติโยมและลูกศิษย์ลูกหาอย่างมาก นั้นก็เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้วัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลัง สาเหตุอีกประการก็คือวัตถุมงคลหรือพระเครื่องของท่านนั้นส่วนใหญ่จะสร้างจากเนื้อผง ยิ่งถ้าเป็นยุคตั้งแต่ปี 2538 ลงไปแล้ว เนื้อผงของท่านไม่ได้ใส่ปูนเปลือกหอยมากเท่าที่ควร ดังนั้นเนื้อพระผงของครูบาจันต๊ะรุ่นแรก ๆ นั้น “โดนน้ำไม่ได้” เพราะจะเกิดการเปลื่อยยุ่ยของเนื้อพระ หรือบางคนไม่ทราบและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนน้ำไม่ได้ ดังนั้นจึงมีการนำเอาพระผงของครูบาจันต๊ะ ไปเคลือบแล็คเกอร์ไว้ใช้ติดตัว หรือบางคนก็เลี่ยมพลาสติกกันน้ำไปเลยที่มี
ที่นี้เราจะมาพูดถึงวัตถุมงคลของท่านครูบาจันต๊ะอีกอย่างหนึ่งนั้นคือพระปิดตาครูบาจันต๊ะ อนวิโล หรือ พระปิดตาศิริคูณไชย ซึ่งสร้างถวายโดย คุณเมี้ยน เปียผ่อง เมื่อวันที่ 11ตุลาคม 2536 ที่วัดหนองช้างคืน เพื่อหาปัจจัย ร่วมบูรณะวัดหนองช้างคืน ซึ่งมวลสารที่ใช้ทำได้แก่ เส้นเกษาครูบาจันต๊ะ อนวิโล จีวร ก้นบุหรี่หลวงพ่อคุณปริสุทโทวัดบ้านไร่ เม็ดพระธาตุวัดดอยขะม้อ ชนวนหล่อพระโมคลาพระสาลีบุตรวัดห้วยทรายใต้เพชรบุรี อิฐโบสถ์เก่าวัดหนองช้างคืน น้ำสรงพระพุทธสิหิงค์วัดพระสิงห์เชียงใหม่ น้ำมนต์วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ กาฝากไม้มงคลนานาชนิด เนื้อดินพระสกุลลำพูน ผงเกสรดอกไม้ 108 น้ำมันตั้งอิ๋ว ฯลฯ ซึ่งในการสร้างนั้น ได้ทำการสร้างพระผงพิมพ์ปิดตาทั้งหมด 4 พิมพ์ ดังจะกล่าวต่อไปนี้
1. พิมพ์จัมโบ้ ลักษณะเป็นพระปิดตา หลังเรียบ ขอบของพระจะตัดเรียบทุกองค์ โดยมีจำนวนการสร้างดังนี้
1) พิมพ์จัมโบ้ธรรมดา สร้าง 1,567 องค์
2) พิมพ์จัมโบ้ทาทองสร้าง 628 องค์
3) จัมโบ้สีดำสร้าง 96 องค์
4 ) พิมพ์จัมโบ้ผังเม็ดพระธาตุสร้าง 4 7 องค์
รวมทั้งหมดสร้าง 2,338 องค์ ถวายให้วัด 1,489 องค์ ที่เหลือนำไปถวายวัดแถบภาคกลางอีก 849 องค์
2. พิมพ์ใหญ่ จะแลดูคล้ายกับพิมพ์จัมโบ้เล็กน้อย แต่แขนจะแลดูเรียวและเล็กกว่าเล็กน้อยแบ่งได้ดังนี้
1) พิมพ์ใหญ่ธรรมดาสร้าง 2,635 องค์
2) พิมพ์ใหญ่สีดำสร้าง 77 องค์
3) พิมพ์ใหญ่ผังเม็ดพระธาตุสร้าง 7 องค์
4) พิมพ์ใหญ่ผังขานาหล่อพระสร้าง 114 องค์
โดยพิมพ์ใหญ่นี้จะไม่มีการทาทองครับ รวมทั้งหมดสร้าง 2,833 องค์ ถวายให้วัด 2,143 องค์ ที่เหลือ
นำไปถวายให้วัดแถบภาคกลางอีก 690 องค์

ต้น ไม้มงคล

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระปิดตาไม้แกะมหาลาภ ปี 37-38







ในการสร้างพระพิมพ์ต่างๆของครูบาจันต๊ะ อนาวิโลนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพระผงซะส่วนมาก แต่มีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช้พระผงแต่เป็นพระไม้แกะครับ เรียกว่าพระปิดตาไม้แกะมหาลาภ สร้างปี 37 ครับแล้วทำการอธิฐานจิต จนถึงปี 38 ครับเพราะฉะนั้น พุทธคุณเต็มเปี่ยมเลยก็ว่าได้ ส่วนประวัติการสร้างนั้น คุณเมี้ยน เปียผ่องได้นำไม้คูณ (ต้นลมแล้ง) ตายพรายมา 1 ท่อนแล้วทำการผ่าซีกให้เป็นท่อน ๆ ครับ จากนั้นได้ทำไปกลึงให้เป็นท่อนกลมๆ โดย คุณสมบัติ สมพัตร และคุณชัยเกียรติ เลียวหิรัญ (ซึ่งเป็นลูกศิษย์และผู้ช่วยคุณเมี้ยน เปียผ่องในสมัยนั้น) แล้วจึงส่งคืนให้คุณเมี้ยน เปียผ่องและเพื่อนช่วยกันแกะครับจำนวนการสร้างทั้งหมดมีจำนวน 202 องค์ครับ ลักษณะเป็นพระปิดตา ลององค์ โดยทุกองค์จะต้องมีการตอกโค๊ต เป็นรูปดอกจันและ ต.เต่าทุกองค์ บางองค์ อาจจะตอกด้านหลัง และบางองค์ก็อาจจะตอกใต้พระก็มี ชึ่งโค๊ตที่ใช้ตอกในตอนนั้น ได้ทำขึ้นโดย คุณชัยเกียรติ เลียวหิรัญ แบ่งลักษณะของโค๊ตได้อยู่ 3 ชนิด คือ ต.เต่าหางยาว ต.เต่าหางสั้น และดอกจันครึ่งเสี้ยวครับ และที่สำคัญที่สุด พระทุกองค์จะต้องมีการฝังตะกรุด เงินบริเวณใต้องค์พระทุกองค์ครับ แต่จะมีที่พิเศษต่างออกไปคือ มีการฝั่งตะกรุด 3 กษัตย์ (ทอง เงิน ทองแดง) เพียง 19 องค์เท่านั้น ซึ่งตะกรุดที่ใช้ฝังในวัตถุมงคลของครูบาจันตุ๊นั้น ได้แบ่งแยกเป็นการลงอัขระและผู้ถวายดังนี้
1.ตะกรุดทองคำ ได้ถวายโดยนายชัยเกียรติ เลียวหิรัญและได้ลงอักขระโดยครูบาจันต๊ะ อนาวิโล
2.ตะกรุดเงินได้ถวายโดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง ลงอักขระโดยพระราชพรหมาจารย์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง
3.ตะกรุดทองแดงได้ควายโดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง และคุณสมชาย เรืองศิลา
พระปิดตาไม้แกะครูบาจันต๊ะนั้นอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ว่ามีการแกะโดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง และเพื่อนอีก 2 คน เพราะฉะนั้นศิลปะก็จะไม่เหมือนกัน แต่ให้สังเกตที่ตะกรุดและโค๊ตที่ใช้ตอกให้ดี สำหรับเนื้อไม้นั้นมีเพียงไม้คูณเท่านั้น ไม่มีไม้ชนิดอื่นครับ แต่ก็จะมีพิเศษบ้างคืองานช้าง และ กาลาปัง หาดำ ครับผม แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าหายากสุด ๆ ครับ



....ต้น ไม้มงคล....

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เส้นนั้นสำคัญจริงหรือ











ขุนแผนครูบาจันต๊ะอนาวิโลไม่ว่าจะเป็นรุ่น 1 หรือ 2 ต่างก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า พุทธคุณเป็นเลิศจริง ๆ ก็เพระว่ามวลสารที่ใช้ทำนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นมวลสารที่เป็นมงคลทั้งนั้น โดยเฉพราะผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิมครับ ดังที่ได้นำเสนอบทความมาแล้วหลายต่อหลายตอน แต่ในปัจจุบันอาจเป็นเพราะความนิยมในวัตถุมงคลของท่านครูบานั้นมีความต้องการมาก ประกอบกับของๆ ท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโลนั้น สร้างน้อยจริง ๆ ครับ มันก็เลยเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า " ของเก๊ระบาด " ก็ของมันขายได้นี่ครับ ใครบ้างไม่อยากได้เงิน ระหว่างกลับบาบกรรม กับกลัวไม่ได้เงิน คงเลือกอย่างหลังมากกว่า แต่เราก็ไม่ว่ากันครับ ถ้าพวกมารทำของเก๊ออกมา เราก็จะเสนอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาตลอดไป




มีคนตั้งคำถามขึ้นมากมายว่าทำไมพระเกจิทางภาคเหนือ ไม่มีความนิยมรุนแรงเหมือนกับเกจิทางภาคกลาง ยกตัวอย่างเช่น เหรียญหลวงพ่อพรหมปี 17 กับเหรียญหลวงปู่แหวนปี 17 ราคาต่างกันราวฟ้ากับดินเลยครับ ทั้งนี้เป็นอาจเพราะว่า คนทางภาคกลางรู้จักเกจิอาจารย์ที่ดังมาก ๆ ไม่เกินจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบกับเกจิอาจารญ์ทางภาคเหนือไม่ค่อยจะเปิดเผยตัวสักเท่าไร ประสบการณ์ของวัตถุมงคลก็เลยรู้กันในวงแคบ เลยทำให้คนแถบภาคกลางไม่ค่อยจะรู้จักเกจิอาจารย์แถบภาคเหนือเลย แต่เมื่อวิวัฒนาการณ์ของโลกอินเทอร์เน็ตกว้างไกล ผูคนทุกภาคทั่วประเทศต่างก็ศึกษาหาข้อมูลของเกจิอาจารย์ของแต่ละภูมิภาคอย่างง่ายดาย การสืบค้นประวัติก็ทำกันง่ายขึ้น ทำให้วัตถุมงคลของเกจิอาจารย์ภาคเนือเริ่มมีราคาที่กระดิกขึ้นแล้ว แต่ได้มิวายโดนพวกมารทำของเก๊มาป่วนตลอดเวลา
เอาละครับทีนี้มาดูกันว่าพระขุนแผนครูบาจันต๊ะรุ่น 2 ที่กำลังมาแรง ณ ในขณะนี้ว่า หลักการพิจราณาแบบง่าย ๆ ทำกันอย่างไร จากรูปที่นำมาพิจารณานี้ เป็นรูปของพระขุนแผนรุ่น 2 ครับ มีทั้งหมด 3องค์ องค์สีดำเป็นพระเก๊ ให้ดูที่หน้าตาขององค์พระ จะดูตื้นมากเพราะเป็นพระที่ถอดพิมพ์มาครับ อย่างที่สอง ให้ดูที่พลอยใช้ฝังตัวพระของแท้จะฝังลึกมาก ส่วนของเก๊ดูคล้ายกับว่านำมาโปรย ๆ แค่ให้ติดครับ ส่วนอย่างที่สามให้พิจราณาดูขอบของพระด้านขวาครับ ทุกองค์จะต้องมีรอยเส้นของการ ยกออกจากแม่พิมพ์ เพราะว่าในการสร้างพระขุนแผนรุ่น 2 นั้น มีแม่พิมพ์ในการกดพระทั้งหมดอยู่ 3 ชิ้น คือแม่พิมพ์ชิ้นด้านหน้าพระ แม่พิมพ์ชิ้นด้านหลังพระ และแม่พิม์ชิ้นกลางพระ สำหรับแม่พิมพ์ชิ้นกลางพระนั้น ได้สร้างขึ้นเป็นรูปห้าเหลี่ยมเพื่อให้พระขุนแผนรุ่น 2 มีความสวยงามขึ้น จึงเป็นที่มาของการปรากฎรอยเส้นถอดพิมพ์ครับ



.....ต้น ไม้มงคล .....

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระสังกัจจายครูบาจันต๊ะ อนาวิโลรุ่น 1




พระสังกัจจาย ครูบาจันต๊ะ
นอกจากพระเครื่องพิมพ์ขุนแผนแล้วท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโลยังได้สร้างพระเครื่องวัตถุมงคลเป็นเนื้อผงอีกหลายต่อหลายพิมพ์แต่ที่จะกล่าวถึงในตอนนี้ได้แก่พระเครื่องพิมพ์พระสังกัจจาย พระผงพิมพ์สังกัจจาย สร้างขึ้นและถวายให้กับครูบาจันต๊ะ อนาวิโล เมื่อวัที่ 10 ตุลาคม 2537 ขึ้น3ค่ำเดือน11ปีจอ โดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อร่วมทำบุญในการสร้างอุโบสถ วัดหนองช้างคืนครับ ซึ่งถ้าพูดไปแล้วก็คือว่าสร้างพร้อมกับพระขุนแผนรุ่น1นั้นเอง หากจะกล่าวถึงมวลสารที่ใช้ทำนั้นดีเยื่ยมทุกรายการครับ พอจะยกตัวอย่างก็คือ น้ำทิพย์วัดดอยขม้อ น้ำมนต์วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำมนต์รูปเสก หลวงพ่อคูณปริสุทโธ วัดบ้านไร่ แบ่งเสกหลวงพ่อจุ้ยเพชรบุรีผง ไม้ไผ่แดงครูบาจันต๊ะ อนาวิโล ผงดอกไม้แห้งนานาชนิด กาฝากรัก กาฝากขนุน ผงสมเด็จหลวงพ่อแดง วัดเทพไดชิฐ ปูนขาว น้ำมันตั๊งอิ้ว ฯลฯ ซึ่งมวลสารที่ใช้ทำนั้นยังมีอีกมากมายที่กล่าวไม่หมด เป็นยังไงบ้างครับแค่ฟังมวลสารที่ใช้ทำพระสังกัจจายแล้ว ถึงกับตะลึงเลยครับบางครั้งต้องยอมรับว่าการสร้างพระเครื่องในปัจจุบันมวลสารยังเทียบกับการทำสมัยก่อนไม่ได้เลยครับ
ซึ่งในการสร้างพระสังกัจจายนั้น มีพิมพ์เดียว แบ่งเป็นสีเหลืองและอมน้ำตาล 1,335 องค์ สีแดง133 องค์ สีดำ 75 องค์ สีขาว 154 องค์ สีเขียวทหาร 112 องค์ ทั้งที่มีการสร้างแบบทาทองอีก 41 องค์ซึ่งแบบทาทองที่ด้านหลังจะไม่มีการปั้มตรายางและมีการจานเฉพาะตัวครับ รวมจำนวนในการสร้างพระผงพิพ์พระสังกัจจายทั้งหมดมีแค่ 1,850 องค์เท่านั้น เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าสร้างน้อยกว่าพระขุนแผนเกือบสี่เท่าครับ
พุทธคุณของพระสังกัจจายครูบาจันต๊ะนั้นเด่นไปทางโชคลาภค้าขาย และการดำเนินธุรกิจต่างๆครับ เมตตามหานิยมก็มี แต่ส่วนมากผู้ที่ได้ใช้บูชาพระสังกัจจายครูบาจันต๊ะนั้น พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเงินการทองคล่องตัวครับสำหรับราคาในการเช่าหาพระผงพิมพ์สังกัจจายพระครูจันต๊ะ นั้น อยู่ที่หลักพันต้นๆครับ เพราะว่าความนิยมยังสู้ขุนแผนและขุนช้างไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่าหายากกว่าพระพิมพ์หลักๆ จึงไม่มีการนิยมหากันแต่ผู้เขียนขอบอกว่าพุทธคุณนั้นเหมือนกับขุนช้างขุนแผนรวมกันเลยครับ



.....ต้น ไม้มงคล...

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระขุนแผนชัยมงคล ( ขุนแผนครูบาจันต๊ะรุ่น 2 )




พระขุนแผนชัยมงคล (ขุนแผนรุ่น 2)
หลังจากที่ท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโล ได้สร้างพระผงพิมพ์ขุนแผน ในปี 2537 นั้นปรากฏว่าวัตถุมงคลของท่านต่างเป็นที่ยอมรับและแสวงหากันมาก จนของเริ่มจะหายากขึ้น จากนั้นได้มีการสร้างพระผงพิมพ์ขุนแผนอีกครั้งในปี 2544 ชื่อว่า “ พระขุนแผนชัยมงคล ” หรือ “ ขุนแผนครูบาจันต๊ะ อนาวิโล รุ่น 2”
ซึ่งลักษณะการสร้างนั้นมีแค่พิมพ์เดียวเท่านั้น เป็นพิมพ์พระพุทธนั่งประทับมารวิชัยในซุ้มเรือนแก้ว ดูพิมพ์แล้วคล้ายกับพระขุนแผนพิมพ์แขนอ่อนของอยุธยาครับ ด้านหลังพระเป็นรูปกงจักรเพชร บอกชื่อวัดและปีที่สร้าง แบ่งแยกออกเป็น 2 สีหลัก คือ เหลืองอมส้มและสีดำเท่านั้น และยังพบว่าได้มีการสร้างพระสองสีคู่อีกด้วย โดยการสร้างที่ 2 สีนี้ยังแบ่งออกเป็นแบบธรรมดาและผังตะกรุดอีกด้วย การสร้างทั้งหมดจำนวน 14,949 องค์ แบ่งออกดังนี้
1. เนื้อขาวอมน้ำตาลส้ม 14,804 องค์
2. เนื้อสีดำ 99 องค์
3. เนื้อขาวอมส้มตะกรุดทองคำโรยผงทอง 19 องค์
4. เนื้อขาวอมส้มตะกรุงเงิน 1 ดอก 49 องค์
5. เนื้อขาวอมส้มตะกรุดเงิน 3 ดอก หลังแบน 9 องค์
6. สีดำตะกรุดเงิน 1 ดอก 5 องค์
7. สีดำตะกรุดคู่ เงิน,ทอง 3 องค์
8. เนื้อสองสีตะกรุดคู่ เงิน,ทอง 15 องค์
9. เนื้อสองสีตะกรุดเงิน 1 ดอก 5 องค์
รวม 14,949 องค์
ซึ่งถ้าจะกล่าวถึงมวลสารในการสร้างนั้นบอกได้เลยว่าสุดยอดครับ และพอที่จะบรรยายมวนสารหลัก ๆ ได้ดังนี้ เศษพระผงญาวิลาศหลวงพ่อแดงวัดเขาบันใดอิฐ ผงตะใบหลวงพ่อแดงวัดเขาบันใดอิฐ เกสรดอกไม้ 108 ว่าน 108 กาฝากขนุน กาฝากมะรุม กาฝากชมพู่ ผงหลวงพ่อทองคำวัดท่าทองอุตรดิตถ์ ผงเผาในลาน(ธรรมเก่า)วัดหนองช้างคืน ผงหลวงพ่อเกษมลำปาง ผงวัดห้วยทรายใต้เพชรบุรี อิฐกระเบื้องเก่าวัดหนองช้างคืน น้ำมนต์หลวงพ่อเกษมสุสานไตรลักษณ์ลำปาง น้ำมนต์วัดหนองช้างคืน ปูนเปลือกหอย ว่านกาหลงกาฝากพุทรา พลอยพระธาตุศรีจอมทอง เกศาครูบาจันต๊ะ ชานหมากพ่อแก่ แร่ร่องระกำเพชรบุรี กาฝากลูกหว่า กาฝากน้อยหนา นอกจากนี้ยังได้มีวัตถุมงคลที่พูดได้ว่าสุดยอดอีกประการหนึ่งนั้นคือ ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ จ.ระยองอีก 1 ถ้วย ลูกอมผงพรายกุมารอีก 1 ลูก ซึ่งผงพรายกุมารได้มาจาก พระอาจารย์วัดป่างิ้ว อ.สารภี ซึ่งท่านได้มาจากลูกศิษย์หลวงปู่ทิม นอกจากนี้แล้ว ขุนแผนรุ่น 2 เฉพาะเนื้อสีดำเท่านั้นได้ใส่เกศาครูบาวัดหม้อคำตวง จ.เชียงใหม่ อีกด้วย ซึ่งครูบาจันต๊ะได้อธิฐานจิต ณ วัดหนองช้างคืน วันที่ 1 ถึง 25 กรกฏาคม 2544 ครับ
ต้น ไม้มงคล