วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ปลัดขิกครูบาจันต๊ะ อนาวิโล







ต้องยอมรับว่า วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังของท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโล แห่งวัดหนองช้างคืน จ.ลำพูน มาแรงจริงๆ ครับ และสำหรับในตอนนี้คงจะต้องกล่าวถึงเครื่องรางของขลัง สายครูบาจันต๊ะ อีกอย่างหนึ่งที่มาแรงไม่แพ้ตะกรุดเลยก็ว่าได้ เครื่องรางที่จะกล่าวถึงนั้นก็คือ ปลัดขิกไม้แกะครูบาจันต๊ะ อนาวิโล
ในการสร้างปลัดขิกครูบาจันต๊ะนั้นเริ่มสร้างประมาณปี พ.ศ. 2538 หลังการสร้างพระขุนแผนประมาณ 1 ปี โดยในการสร้างครั้งแรกนั้นได้ใช้ไม้คูน (ต้นลมแล้ง) ตาพรายมาสร้าง พร้อมกับพระปิดตาไม้แกะของท่านครูบา ซึ่งจำนวนในการสร้างปลัดขิกครั้งแรกนั้นไม่มีข้อมูลแน่ชัดแต่จากคำบอกเล่าของลูกศิษย์ท่านแล้วไม่น่าจะเกิน 300 ตัวเท่านั้นโดยวิธีการสร้างนั้นได้นำไม้คูนตายพรายมาซอยผ่าเป็นซีกๆแล้วนำไปกลึงให้ได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 มิลลิเมตร แล้วจึงนำไปแกะครับ เมื่อแกะเสร็จแล้วได้มีการตกแต่งด้วยกระดาษทรายให้เรียบร้อยทุกตัว ฉะนั้นปลัดขิกครูบาจันต๊ะที่สร้างครั้งแรกนั้นต้องสวยทุกตัวครับ เสร็จแล้วครูบาจันต๊ะจึงได้ลงอักขระบนปลัดขิกทุกตัว ซึ่งบางตัวใช้ดินสอ บางตัวใช้ปากกา หรือที่พบเห็นใช้เหล็กจารอย่างเดียวก็มี พอสร้างเสร็จก็กลายเป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของท่านมาก จนของที่ทำไม่พอแจก จากนั้นจึงได้มีการสร้างอีกครั้งในปีเดียวกันแต่ไม้ที่ใช้ทำจะแตกต่างกันกับตอนที่สร้างครั้งแรกคือ ใช้ไม้ขนุน , มะยม , ไม้สัก , เขากวาง , งาช้าง และ กัลปังหาดำ เป็นต้น เป็นเพราะว่าในการสร้างครั้งที่ 2 นี้ต้องสร้างให้ทันก่อนสิ้นปีเพราะจะได้ถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ท่านครูบาจันต๊ะจึงให้ลูกศิษย์ช่วยกันแกะมากกว่า 1 คน ฉะนั้นพอแกะเสร็จ ปรากฎว่าศิลปะในการแกะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงมีการใช้โค๊ดตอกบนปลัดขิก ชึ่งเป็นโค๊ดตัวเดียวกันกับที่ใช้ตอกพระบิดดาไม้แกะครับ สำหรับโค๊ดที่ใช้ตอกนั้นจะมี 3 ชนิด คือ ต.หางสั้น , ต.หางยาว และตัวดอกจันครึ่งเลี้ยวครับ ซึ่งก็ได้พบว่าในการสร้างปลัดขิกครั้งที่ 2 นี้มีทั้งที่ได้ลงอักขระและไม่ได้ลงอักขระ เพราะว่าไม้บางชนิดนั้นมีความแข็งมาก



หลายท่านอาจสับสนในการแยกแยะปลัดขิกของครูบาดวงดี และครูบาจันต๊ะครับ ปลัดขิกของครูบาดวงดีนั้นสร้างภายหลังครูบาจันต๊ะหลายปีครับ แตไม้ที่ใช้ส่วนมากจะเป็นชนิดเดียวกันกับครูบาจันต๊ะและผู้สร้างถวายก็เป็นคน ๆ เดียวกัน ต่างกันตรงที่การจารอักขระและโค๊ดที่ใช้ตอกครับ สำหรับครูบาดวงดีนั้นจะเป็นการจารแบบสวยงาม ซึ่งในการจารนั้นไม่ได้ใช้เหล็กจารครับแต่จะใช้หินกรอฟันในการจารครับ ซึ่งดูสวยงามกว่าครูบาจันต๊ะ ส่วนโค๊ดที่ใช้ตอกนั้นครูบาจันต๊ะจะมีสามตัวคือ ต.หางสั้น ต.หางยาว และดอกจันเท่านั้นครับ ขอย้ำว่ามีโค๊ดแค่สามตัวเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดต้องตอกทั้งสามตัวครับ สำหรับครูบาดวงดีนั้นจะตอกโค๊ด ด.ครับ ไม่ใช้ ต. แต่ในการตอกนั้น โค๊ด ด.นั้นไม่มี ก็เลยใช้โค๊ด ต. แทนแต่ก็มีการดัดแปลงตัว ต. ให้เหมือนตัว ด. แต่ในที่สุดโค๊ดที่ใช้ตอกก็ดูคล้ายกับ ต. อยู่ดี เลยทำให้คนที่แสวงหาปลัดขิกครูบาจันต๊ะเข้าใจผิดเพี้ยนไปครับ โปรดพิจารณาให้ดี ครูบาจันต๊ะตัวจริงนั้นจะต้องมีสามโค๊ดครับ
ซึ่งพุทธคุณของปลัดขิกครูบาต๊ะ อนาวิโลนั้นได้ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันในบรรดาผู้ที่ใช้ ในเรื่องของเมตตานิยม , โชคลาภ , ค้าขาย และการดำเนินธุรกิจต่างๆ ในการเช่าหาปลัดขิกครูบาต๊ะ อนาวิโลนั้น ผู้ที่เช่าต้องมั่นใจในที่มาของปลัดขิก ประกอบกับต้องเคยเห็นของแท้มาก่อน และสามารถดูโค๊ดให้เป็น ซึ่งในสนามพระนั้นสนนราคาเช่าหาอยู่ประมาณหลักพันต้นๆ ถึงพันกลางๆ ครับขึ้นอยู่กับความสวยงามและเนื้อวัสดุที่ใช้แกะปลัดขิก สำหรับ เนื้อวัสดุที่ใช้แกะน้อยสุดและหายากที่สุด คืองาช้าง , เขากวางและกัลปังหาคำ ครับ


ต้นไม้มงคล

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

พระผงสมเด็จเปลวเพลิงรุ่นแรก (สมเด็จประภาณมณฑล) ปี 37











พระผงสมเด็จเปลวเพลิงนั้นสร้างพร้อมกับพระผงกลีบบัวและพระผงลีลา แต่มีจำนวนการสร้าที่น้อยกว่าโดยใช้มวลสารเดียวกับพระขุนแผนรุ่น 1 แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือแบบธรรมดาและแบบฝังตะกรุด สำหรับแบบฝังตะกรุดนั้น แบ่งออกเป็นตะกรุดเงิน ทอง เงิน และตะกั่ว และยังมีแบบพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ แบบฝังแผ่นทองลงอักขระไว้ที่ด้านหลังพระครับ ซึ่งจะพบเจอได้น้อยมาก ด้านหลังพระทุกองค์จะมีการปั้มตรายางเป็นชื่อครูบาจันต๊ะ และวัดหนองช้างคืน เป็นพระผงที่หาชมได้ยากขึ้นทุกวันครับ เมื่อก่อนไม่คอยมีใครสนใจแต่พอพระขุนแผนหายากแล้วก็กลับมาแสวงหากันยกใหญ่ซึ่งพุทธคุณนั้นไม่หนีพระขุนแผนไปชักเท่าไรหลอกครับ จำนวนการสร้างไม่เกิน 500 องค์ครับ




...ต้น ไม้มงคล....




วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

พระผงลีลารุ่นแรก




พระผงลีลาครูบาจันต๊ะ อนาวิโลนั้นสร้าง ปี 2538 พร้อมกับพระผงกลีบบัว มวลสารนั้นเป็นมวลสารชนิดเดียวกันกับพระขุนแผนรุ่นแรก มีพิมพ์เดียวเท่านั้นด้านหน้าเป็นรูปพระลีลา ด้านหลังจะปั๊มตรายางเป็นชื่อท่านครูบาและชื่อวัด แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือแบบธรรมดา และแบบฝังตะกรุด สำหรับตะกรุดที่ฝังนั้นจำแนกออกเป็นตะกรุดเงิน ตะกรุดทองแดง และตะกรุดตะกั่ว แต่ก็จะมีแบบชนิดที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ฝังเมล็ดข้าวเปลือกไว้ที่องค์พระ ซึ่งเมล็ดข้าวเปลือกนี้เป็นเมล็ดข้าวเปลือกที่ได้จากข้าวเปลือกที่ใช้ประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญครับ
เมื่อประมาณปี 2545 ได้เป็นฮือฮาในบรรดานักเสี่ยงโชคต่าง ๆ โดยฉะเพราะนักเล่นหวยครับ(หวยใต้ดิน) เพราะได้ข่าวว่าบรรดานักแทงเลขนั้น ได้กวาดพระผงลีลาจนเกลี้ยงสนามเลยครับ อันนี้ก็เป็นเหตุผลส่วนตัวนะครับกะผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ไม่ต้องอธิบายทุกท่านก็คงจะเดาออกนะครับ จำนวนการสร้างนั้นไม่ปรากฏแน่ชัดแต่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1,000 องค์ และในสนามพระนั้นบอกได้เลยว่าไม่ต้องเดินหาให้เมื่อยตาตุ่มหรอกครับหาอยากแล้ว ในรายการประกวดพระภาคเหนือก็ได้บรรจุพระผงลีลาครูบาจันต๊ะ อนาวิโลในรายการประกวดพระด้วย เห็นไหมครับถ้าไม่แน่จริงไม่มีรายการลงประกวดพระหลอกนะบอกให้

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระผงกลีบบัวรุ่นแรก




พระผงกลีบบัวรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ อนาวิโล สร้าง ปี 2538 ถัดจากขุนแผนรุ่นแรก ครับ ใช้มวลสารเดียวกันกับพระขุนแผนรุ่นแรก แต่จำนวนการสร้างนั้นน้อยมาก และไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าสร้างกี่องค์น่าจะประมาณพันองค์เศษเท่านั้น เป็นพระผงนั่งสมาธิบนขาโต๊ะรูปโดยรวมคล้ายใบโพธ์ แต่กลับเรียกว่าพระผงกลีบบัว สร้างแค่พิมพ์เดียวเท่านั้น แบ่งออกเป็นแบบธรรมดาและแบบฝังตะกรุด สำหรับตะกรุดที่ฝังนั้นจำแนกออกเป็นตะกรุดเงิน ตะกรุดทองแดง และตะกรุดตะกั่ว และแบ่งสีของพระได้คือขาว ดำ เหลือง แดงครับ พระผงพิมพ์กลีบบัวครูบาจันต๊ะนั้นถือได้ว่าพิมพ์ที่พบหาได้ยากเลยพอดู เพราะว่าสร้างน้อยแต่สำหรับความนิยมนั้นจัดว่ายังเป็นรองพระผงพิมพ์ขุนช้างและขุนแผนอยู่หลายเท่าตัว แต่ถ้าองค์สวย ๆ และมีตะกรุดเงินด้วยแล้ว จะหายากมากกว่าแบบธรรมดา ส่วนมวลสารที่ใช้ทำนั้นก็เป็นมวลสารเดียวกันกับพระขุนแผนรุ่นแรก เพราะฉะนั้นพุทธคุณไม่ต่างอะไรกันเลยครับ


...ต้น ไม้มงคล...

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระผงยันต์ครอบจักรวาล




นอกจากการสร้างพระขุนแผนรุ่น 2 แล้วยังมีพระผงอีกพิมพ์หนึ่งซึ่งได้มีการสร้างในพิธีเดียวกัน และที่สำคัญได้ใช้มวลสารเดียวกันกับพระขุนแผนรุ่น 2 ทุกประการ ซึ่งวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นนั้น ลักษณะเป็นลักษณะรูปไข่ ด้านหน้าเป็นยันต์ตัวขอมมีพระพุทธประทับในรัศมี บอกชื่อครูบาจันต๊ะ ด้านหลังเป็นยันต์ บอกชื่อวัดและปีที่ทำ โดยเรียกพระผงชุดนี้ว่า “ ผงยันต์ครอบจักรวาล ” จำนวนการสร้างนั้นน้อยกว่าขุนแผนรุ่น 2 ครับโดยสร้างทั้งหมด 4,985 องค์เท่านั้น แบ่งเป็น
1. ชนิดธรรมดา 4,483 องค์ ( ยันต์ตรง )
2. ชนิดพิเศษ 502 องค์ ( ยันต์กลับ )
ทำการปลุกเสกพร้อมขุนแผนรุ่น 2 ขอบอกท่านผู้อ่านได้เลยว่าพระผงยันต์ครอบจักรวาลนี้สร้างน้อยกว่าขุนแผนรุ่น 2 แต่มวลสารที่ใช้ทำนั้นเป็นชนิดเดียวกัน โดยเฉพาะผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม แห่งวัดระหารไร่ จังหวัดระยองครับ เพราะฉะนั้นพระผงยันต์ครอบจักรวาลนี้ หายากกว่ามากพระผงขุนแผนรุ่น 2 ครับ


...ต้น ไม้มงคล...

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่น แรกปี 35


หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่น แรกปี 35
เมื่อปี พ.ศ. 2535 นอกจากที่ท่านครูบาจันต๊ะ อนาวิโลจะได้สร้างวัตถุมงคลเนื้อผงพิมพ์ขุนช้าง ดังที่ไก้กล่าวมาในครั้งก่อนแล้ว ท่านครูบาจันต๊ะ ยังได้ให้มีการสร้างวัตถุมงคลอีกชุดหนึ่งซึ่งสร้างพร้อมกับขุนช้างรุ่นแรก แต่พอทำการปลุกเสกเสร็จแล้ว ได้นำไปถวายให้วัดพระธาตุดอยขะม้อจังหวัดลำพูนนั้น ได้แก่ พระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระผงพิมพ์พระรอด หรือที่บรรดาลูกศิษย์เรียกทั่วไปในสนามพระว่า “หลวงปู่ทวดครูบาจันต๊ะรุ่นแรก” หรือ “หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่นแรก” ครับ หลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อรุ่นแรกนั้น สร้างปี 2535 ถวายโดยคุณเมี้ยน เปียผ่อง แบ่งเป็นทั้งหมด 3 พิมพ์ได้แก่

1) พิมพ์ใหญ่สร้าง 1384 องค์ แบ่งเป็นแบบธรรมดา 731 องค์ และแบบทาทอง 653 องค์
2) พิมพ์กลางสร้าง 2552 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 1626 องค์ และทาทอง 726 องค์
3) พิมพ์เล็กสร้าง 1296 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 880 องค์ และทาทอง 416 องค์
นอกจากการสร้างพระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดแล้ว ท่านยังได้มีการสร้างวัตถุมงคล เป็นพิมพ์พระรอดอีกหนึ่งพิมพ์ ซึ่งใช้เนื้อมวลสารในการทำเป็นชนิดเดียวกันกับหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อ และพระผงพิมพ์ขุนช้าง แต่สร้างน้อยสุดและหายากพอสมควร คือการสร้างทั้งหมด 944 องค์ แบ่งเป็นธรรมดา 572 องค์ และทาทอง 372 องค์ เท่านั้น
นอกจากการสร้างพระพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระรอดแล้ว ทีนี้เราลองมาดูมวลสารที่ใช้สร้างวัตถุมงคลชุดนี้ดูบ้างว่ามีอะไรที่สุดยอดใส่ลงไปบ้าง เริ่มต้นจากเนื้อเกสรดอกไม้แห้งบูชาของวัดต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ฯลฯ และยังมีผงตะใบหลวงปู่ทวด เนื้อทองเหลือง ผงตะใบตระกรุดครูบาจันต๊ะ อนาวิโล ผงสมเด็จหลังสิวลีหลวงพ่อกวย ชัยนาท พระผงขุนช้างรุ่นแรก ครูบาจันต๊ะที่ชำรุด ผงใบสาน ผงขี้ธูป ผงยันต์เผา หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ กรุงเทพฯ ดินพันปีวัดประตูลี่ลำพูน น้ำทิพย์วัดดอยขะม้อ กาฝากมงคลต่าง ๆ ว่าน 180 ปูนขาว เปลือกหอยเผา น้ำมันตั้งอิ๋ว พระผงต่าง ๆ ที่ชำรุด ลูกขนุนตายพราย ฯลฯ
สำหรับพุทธคุณของพระผงพิมพ์หลวงปู่ทวดและพระรอดนั้น ยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน ว่า เหนียวจริง ๆ ครับ เดินทางปลอดภัยค้าขายเป็นเลิศ จากคำบอกเล่าประสบการณ์จากชาวบ้านที่ได้แขวนพระพิมพ์หลวงปู่ทวดท่านหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อประมาณปี 2540 ที่มีข่าวดังครึกโครม เกี่ยวกับโรงงานลำไยระเบิดที่ อ.สันป่าตอง ท่านผู้นี้ได้แขวนหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อในตอนนั้น ปรากฏว่าได้มีเหตุดลใจอะไรบ้างอย่างที่พยายามทำให้ท่านผู้นี้ออกจากโรงงาน ก่อนจะเกิดเหตุ ปรากฏว่าพอออกจากโรงงานลำไยได้ชั่วโมงกว่า ๆ ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นเหมือนกับว่าท่านครูบาจะดลใจให้รอดพ้นอันตรายจริง ๆ ครับ สนนราคาในการเช่าหาหลวงปู่ทวดวัดดอยขะม้อนั้น อยู่ที่หลักพันต้น ๆ เท่านั้น เพราะว่ามีคนรู้จักน้อย และขอบอกว่าพุทธเกินหลักหมื่นแน่นอนครับ
ต้น ไม้มงคล

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก











พระปิดตาเนื้อผงรุ่นแรกครูบาจันต๊ะ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก
จากความเดิมตอนที่แล้วหลังจากได้กล่าวถึงวัตถุมงคลของท่านครูบาจันต๊ะ อนวิโลในพิมพ์พระปิดตาไปสองพิมพ์แล้วนั้น สำหรับในตอนนี้จะกล่าวถึง พระผงพิมพ์พระปิดตา อีก 2 พิมพ์ ที่ยังเหลืออยู่นั้นคือ
3. พระปิดตาพิมพ์กลาง เป็นพระเนื้อผงหลังเรียบกดพิมพ์ด้วยมือ ขนาดสูงประมาณ 3 เซนติเมตร กว้าง 2.6 เซนติเมตร แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือแบบชนิดที่มีการตัดขอบ และแบบชนิดที่ไม่มีการตัดขอบ ซึ่งมีลักษณะองค์พระนั้นจะคล้ายกันแต่จะมีลักษณะปีกขอพระกว้างและแคบเท่านั้นเอง สำหรับพระปิดตาพิมพ์กลางนั้นมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่และจัมโบ้อย่างเห็นได้ชัดด้านหลังพระเรียบไม่มีการลงอักขระและปั๊มตราใด ๆ ทั้งนั้น เนื้อพระบางองค์จะมีการเคลือบแล็คเกอร์เพราะว่าป้องกันการผุกร่อนของเนื้อพระ แต่ไม่มีการทาทองบรอนซ์แต่อย่างใด ซึ่งมีจำนวนการสร้างดังนี้
1) พิมพ์กลางสีเหลือง และขาวสร้าง 1,267 องค์
2) พิมพ์กลางสีดำสร้าง 21 องค์
3) พิมพ์กลางผังเม็ดพระธาตุสร้าง 9 องค์
ซึ่งในการสร้างพระปิดตาพิมพ์กลางนี้ ไม่มีการสร้างพระแบบทาทองครับ
4. พระปิดตาพิมพ์เล็ก (จิ๋ว) เป็นพระปิดตารูปสามเหลี่ยม สูงประมาณ 1.5 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตร เท่านั้น พระปิดตาพิมพ์เล็กนั้นก็แบ่งได้ออกเป็น 2 พิมพ์ คือพิมพ์ปิดตาสามเหลี่ยมและปิดตาปุ้มปุ๊ยครับ ด้านหลังเรียบไม่มีการลงอักขระ หรือปั๊มตรายางใด ๆ จำนวนการสร้างก็มีดังนี้ส่วน
1) พิมพ์เล็กสีเหลืองและขาวสร้าง 1,700 องค์
2) พิมพ์เล็กสีดำสร้าง 39 องค์
3) พิมพ์เล็กผังเม็ดพระธาตุสร้าง 45 องค์
รวมทั้งหมดสร้าง 1,784 องค์ โดยถวายให้วัดหนองช้างคืนจำนวน 1,055 องค์ ที่เหลือ 729 องค์
นำไปถวายให้วัดแถบภาคกลางครับ
ปัจจุบันการหาชมพระปิดตาของครูบาจันต๊ะนั้นต้องบอกว่า หาชมได้อยากขึ้นทุกวันแล้วเหตุผลก็เพราะว่าในการสร้างถวายนั้น ได้มีการสร้างจำนวนน้อย ประกอบกับพระผงของครูบาจันต๊ะยุคต้นนั้น ไม่ได้มีการผสมปูนขาวเพื่อยึดเกาะมวลสารเลย ฉะนั้นพระผงยุคแรกนั้นจึงไม่ทนต่อความชื้น ทำให้พระเสียหายครับ จึงเป็นสาเหตุของการนำพระยุคต้นไปทาแล็กเกอร์ครับ ซึ่งพระปิดตาพิมพ์เล็กนั้นถือได้ว่าเป็นพระปิดตาที่หาได้อยากที่สุดเลยครับ บางท่านอาจคิดว่าจำนวนการสร้างนั้นมากกว่า พระปิดตาพิมพ์กลาง และทำไมจึงเป็นที่หายากว่า สาเหตุก็เพราะว่า พระปิดตาพิมพ์เล็กนี้เป็นพระที่มีขนาดเล็กมาก และนิยมนำไปให้เด็กไว้แขวนติดตัว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการเก็บรักษาอย่างดีทำให้ตกหายบ้างหรือโดนน้ำแล้วเกิดการผุพังบ้าง และพระพิมพ์เล็กนี้เมื่อกดพิมพ์แล้วปรากฏว่าไม่ค่อยสวย บางองค์เนื้อไม่ติดเต็มองค์พระก็มี สาเหตุก็เพราะว่า เนื้อพระที่นำมากดนั้นมีความหยาบและพิมพ์ที่ใช้กดนั้น เล็กมากจึงเป็นเหตุให้ไม่เกิดการสมดุลในการกดพิมพ์ครับ ซึ่งพระที่ไม่สวยหรือกดไม่เต็มนั้น ได้ทำการคัดแยกแล้วเก็บไว้ โดยท่านครูบาได้นำพระชุดนี้ไปบด แล้วใช้ผสมกับมวลสารในการสร้างพระขุนแผนรุ่นแรกนั้นเองครับส่วนราคาในการเช่าหาก็อยู่หลักพันต้น ๆ ครับ แต่ถ้าองค์ที่มีคุณสมบัติพิเศษขึ้น เช่น ฝังเม็ดพระธาตุหรือฉนวนหล่อพระธาตุ ราคาก็จะขยับตัวขึ้นไปครับ สำหรับลูกศิษย์ทั้งหลายที่หาพระพิมพ์หลัก ๆ ไม่ได้ก็ขอแนะนำให้ลองหั้นมาเก็บพระพิมพ์ลอง ๆ กันดีกว่า ราคาเบากว่าแต่พระพุทธคุณเยี่ยมพอกันครับ
พุทธคุณของพระปิดตาศิริคูณไชย์นั้น เด่น ไปเมตตามหานิยมและการค้าการขายครับ สนนราคาในการเช่าหานั้น พิมพ์ทาทองอยู่ที่ประมาณพันต้น ๆ ครับ ส่วนพิมพ์ธรรมดาอยู่ที่ประมาณหลักร้อยปลาย ๆ ถึงหลักพันต้น ๆ ครับ ของดีราคาเบาอย่างนี้มีไว้ติดตัว สบายใจ หายห่วงครับท่าน
ต้น ไม้มงคล